การปฏิบัติแนว “ทุกข์ได้อีก”

15 August, 2011 at 11:47 am | Posted in Dhamma | Leave a comment

ห่างหายกันไปนานเหลือเกินกับการเขียนบล็อกเกี่ยวกับผลการปฏิบัติ ผู้เขียนก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ ระหว่างวันถ้านึกได้ก็จะดูจิตบ้าง ดูกายบ้างก็แล้วแต่ ความทุกข์ใจในเรื่องต่างๆก็ใช่ว่าจะหมดไปเสียทีเดียว แต่เมื่อใดก็ตามที่ความทุกข์เกิด ใจผู้เขียนก็คิดขึ้นมาว่า “ทุกข์ได้อีกนะ” อืม…สติมันอยู่กับคำว่าทุกข์ได้อีก มันก็ทนของมันได้อีก มันก็อยู่ของมันได้ เมื่อก่อนเวลาทุกข์ก็ดูไปว่ามันทุกข์ เช่น เวลาที่รู้สึกเสียใจอยู่ข้างใน เมื่อก่อนก็ดูไปว่า…อืมกำลังเสียใจอยู่ แต่เหมือนว่าใจมันพยายามบอกว่า เออ…แกรู้มั้ยว่าแกเสียใจ รู้ แล้วถามว่าความเสียใจหายมั้ย ไม่หายนะ มันจะหายไปก็ต่อเมื่อเราไปคิดเรื่องอื่น พอไปคิดเรื่องอื่นก็รู้สึกตัวไปกับเรื่องนั้นๆ แล้วพอมันกลับมาคิดเรื่องที่ทำให้เสียใจอีก มันก็ยังเสียใจอีกนะ พอเสียใจก็เข้าหรอบเดิม รู้ว่ากำลังเสียใจ…..ผู้เขียนทำอยู่อย่างนี้พักใหญ่เลยนะ นานมากจริงๆ เป็นเดือนๆ หลายเดือนเลยล่ะ จนมันคงถึงจุดของมัน ถามว่าปัญญาเกิดมั้ย ปัญญาที่ว่าเราจะเห็นว่าความเสียใจมันผ่านมาแล้วมันก็ผ่านไปน่ะ มันก็รู้อยู่นะ รู้เพราะว่าวันทั้งวันเรารู้ว่าเรื่องต่างๆก็มีมาให้คิดและให้ตามรู้ไปเรื่อยๆ แต่ผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนผู้เขียนหรือไม่ว่า…ถึงจะรู้ว่ามันก็ผ่านไป แต่มันก็จะผ่านมาอีก…..จนผู้เขียนรู้สึกว่า เหนื่อยนะ เหนื่อยที่รู้ว่า เอาแล้ว ตัวเสียใจมาอีกแล้ว จนผู้เขียนถึงจุดที่ว่า ไม่ได้การ ต้องชนกับมันไปเลย ชนยังไง ชนในแบบของผู้เขียนคือ เสียใจใช่มั้ย อืม รู้ว่าเสียใจ พอสติมันรู้ว่าเสียใจ มันมีอีกตัวโผล่ขึ้นมาเลยว่า “ทุกข์ได้อีกนะ ยังทุกข์ได้อีก” พอตัวที่มันบอกว่าทุกข์ได้อีกโผล่ขึ้นมานะ กลายเป็นว่า อ้าว ที่ทุกข์อยู่นี่มันทุกข์แล้วเหรอ ผู้เขียนสมมติเหตุการณ์ง่ายๆเลยที่ทำให้ผู้เขียนมีความรู้สึกนี้ขึ้นมาคือ เรื่องความตาย การพลัดพราก จิตมันจะคิดขึ้นมาว่า ถ้าพ่อแม่พี่น้องเราตาย เราจะทำยังไง แล้วคิดบ่อยด้วย พอคิดทีไรถึงรู้ว่าคิดนะ มันก็ทุกข์อยู่ดีแหละ เพราะปัญหาไม่ถูกแก้ ถึงจะดูมรณานุสติแล้วก็ตาม แต่ถามว่าจะแก้ยังไงเกิดแก่เจ็บตายของธรรมดาโลกใช่มั้ย แก้ให้เค้าไม่ตายเหรอ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ฟังพระเทศน์เข้าหูแล้วเข้าหูอีกก็ไม่ได้รู้สึกว่าปลงได้ ผู้เขียนก็ดูจิตไปตามที่หลวงพ่อสอนอยู่อย่างนั้นแหละ ดูไปจนอยู่ๆ พอความคิดว่าพ่อแม่พี่น้องตายจะทำยังไงโผล่มา ผู้เขียนก็รู้สึกไปเลย แล้วแกะตัวความรู้สึกไปเลยว่า มันจะทุกข์ไปถึงไหน อยากจะรู้นัก ปรากฏว่า มันถึงไหนรู้มั้ยผู้อ่าน มันไม่ทุกข์ถึงไหนเลย ทุกข์เท่าเดิม ทำไปทำมาเหมือนเป็นเพื่อนกับมัน อ้อ คิดแล้วนะ อ้อ ทุกข์แล้วนะ ทุกข์อีกก็ทุกข์ได้เลยนะ อารมณ์นั้นจริงๆ

นอกจากดูจิตที่ว่านั้นแล้ว การปฏิบัติอื่นๆของผู้เขียนที่พอนึกได้ก็จะทำเลย เพราะทำง่ายหน่อยคือให้รู้สึกผมขนเล็บฟันหนังเนื้อเอ็นกระดูก เวลาทำก็ไม่ต้องไปนั่งสมาธิอะไร คนทำงานอย่างเราจะเอาเวลาที่ไหนนั่งสมาธิอย่างนั้น ก็ทำไปพร้อมๆกับยืนเดินนั่งนอนนั่นแหละ นึกได้ก็นึกเลย นึกไม่ได้ชั่งมัน ที่ผู้เขียนต้องทำความรู้แบบนี้เพื่อให้ปลงต่อสังขารบ่อยๆ ก็หวังว่าสักวันมันจะเป็นตัวช่วยหนุนเรื่องความทุกข์จากการพลัดพรากได้

วิธีปฏิบัติของผู้เขียนนี้ถ้าใครลองทำแล้วถูกจริตก็ลองดู ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ถ้าใครนำไปถ่ายทอดต่อได้ดีกว่าผู้เขียนก็โมทนาสาธุกับทางธรรมที่ท่านได้เสาะแสวงหา

Blog at WordPress.com. | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.